บางอ้อยช้างโอ้ช้างที่ร้างโขลง       มาอยู่โรงรักป่าน้ำตาไหล

                พี่คลาดแคล้วแก้วตาให้อาลัย                     เหมือนอกไอยราร้างฝูงนางพัง

                                                                                           จากนิราศพระประธม  ของสุนทรภู่   

ที่เริ่มด้วยกลอนบทนี้ เพราะวันนี้เราจะมาที่บางอ้อยช้้าง  มาชมวัดบางอ้อยช้างกันครับ

วัดบางอ้อยช้าง  ตั้งอยู่ในซอยบางกรวย-ไทรน้อย 29  ถนนบางกรวย-ไทรน้อย  ตำบลบางสีทอง  อำเภอบางกรวย  จังหวัดนนทบุรี  ด้านตะวันตกของวัดติดกับคลองบางกอกน้อย

วัดบางอ้อยช้างสร้างขึ้นประมาณ  พศ. 2304  ในสมัยอยุธยา  เข้าใจว่าชาวบ้านบางอ้อยช้างร่วมกันสร้างขึ้น  แล้วขนานนามวัดตามชื่อหมู่บ้าน  เพราะแต่เดิมบริเวณดังกล่าวมีต้นไม้ที่ชาวบ้านเรียกว่า “อ้อยช้าง”  มากมาย  หมู่บ้านดังกล่าวจึงมีนามว่า “บ้านบางอ้อยช้าง” และได้เป็นนามของวัดครับ

เอ๊ะ....แล้วต้นอ้อยช้างมันคืออะไรกันหล่ะ

ต้นอ้อยช้าง  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  สูงราว 8-15  เมตร  ลำต้นตรง  เปลือกนอกสีน้ำตาลปนเทา  กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม  ลำต้นมีร่องเล็กๆ  ตามยาว  ใบเป็นใบประกอบแบบขนนนก  ปลายใบแหลมโคนใบมน  ขอบใบเรียบ

 

            

 

ขอบคุณภาพจาก:http://www.gotoknow.org/blogs/posts/434626

อ้อยช้างมีประโยชน์หลายอย่าง  เช่น  ส่วนของรากซึ่งเป็นกระปาะใหญ่เก็บสระสมน้ำไว้จำนวนมาก  น้ำในรากสามารถนำมาดื่มแก้กระหายได้  เปลือกใช้ทำที่รองหลังช้าง  ใช้ฟอกหนังสัตว์  สำหรับสรรคุณทางยานั้น  เปลือกใช้เป็นยาสมานแผล  แก้อาการปวดฟัน  แก้ธาตุพิการและอ่อนเพลีย  แก้ฝี  โรคเรื้อน  โรคผิวหนัง  และแก้เจ็บตา  แก่นมีรสหวาน  แก้เสมหะ  บรรเทาอากากระหายน้ำ  ชุ่มคอ  รากใช้เข้าตำรับยา  เพื่อชูรสยาในตำรับนั้นๆ

 

เรื่องเล่าในท้องถิ่นเล่ากันว่า  บ้านบางอ้อยช้างเป็นหนึ่งในสามชุมชนที่รวบรวมเสบียงเวลาที่เกิดศึกสงครามร่วมกับทัพหลวง  รวมถึงส่งชายฉกรรจ์ในพื้นที่ไปร่วมรับใช้ชาติร่วมกับกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินในการกู้แผ่นดิน  ทำให้มีการสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน  ไว้ที่วัดแห่งนี้ด้วย  และชุมชนบางอ้อยช้างนี้  ยังเป็นที่รักษาพยาบาลทั้งคนและสัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะในสมัยนั้นด้วย

 

พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง  ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูนนทวัตร  วิบูลย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางอ้อยช้าง  เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุที่มีในวัดและชุมชนบางอ้อยช้าง  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป  โดยได้ใช้พื้นที่เดิมของหอฉันที่เป็นเรือนไม้เก่าแก่กว่า 100 ปี มาดัดแปลงทำเป็นพิพิธภัณฑ์

สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีมากมาย  เช่น

โต๊ะเรียนในอดีต

 

 

สมุดภาพสมัยอยุธยา

ตู้พระธรรมลายรดน้ำ

     

 

ภาพลายรดน้ำที่อยู่บนตู้พระธรรม

คัมภีร์ต่างๆ ที่เก็บไว้ภายในตู้พระธรรม

ภาพเขียนของขรัวอินโข่งก็ปรากฏอยู่ที่นี่ด้วย

ศาลาการเปรียญวัดบางอ้อยช้างคงมีมาแต่เดิม  แล้วมาบูรณะใหญ่ในปี พ.ศ. 2480  ดังที่มีจารึกปรากฏอยู่  เพดานศาลาการเปรียญทำเป็นลายปิดทองบนพื้นสีน้ำเงินและน้ำตาล  ที่เพดานห้องกลางเขียนภาพรอยพระพุทธบาท  ที่คอสองของศาลาการเปรียญมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติตอนปรินิพพาน  นอกจากนี้ภายในศาลาการเปรียญวัดบางอ้อยช้างยังมีธรรมมาสน์ ซึ่งกำหนดอายุในราวปลายอยุธยา – ต้นรัตนโกสินทร์  โดยปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

วัดบางอ้อยช้างเป็นวัดที่เงียบสงบ  นอกจากได้ไหว้พระทำบุญแล้วเรายังได้มาศึกษาความเป็นมาของท้องถิ่นผ่านวัตถุโบราณที่จัดแสดง  ชื่นชมกับธรรมชาติริมคลองบางกอกน้อย  นับว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียวครับ

 

edit @ 28 Mar 2012 17:49:14 by NutWarakorn

Comment

Comment:

Tweet

ศิลปะสวยมากๆเลยนะ big smile

#2 By Paa orKant on 2012-03-29 14:11

น่าไปชมมากๆ เลยค่ะ

#1 By แอ้ on 2012-03-29 01:25